วิตามินดี จำเป็นกว่าที่คิด!
วิตามินดี จำเป็นกว่าที่คิด!
คนไทยมีความเชื่อมาแต่ดั้งเดิมว่าประเทศไทยมีแสงแดดแรงกล้าขนาดนี้
พวกเราคงไม่ขาดวิตามินดีกันแน่ๆ
แต่ในหลายประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแสงแดดเช่นประเทศไทย
หรือในประเทศออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา กลับพบว่ามีประชากรจำนวนมากที่ขาดวิตามินดี
เป็นไปได้อย่างไร?
แม้ว่าแสงแดดที่มีรังสี Ultraviolet B (UVB) เมื่อกระทบผิวหนังจะกระตุ้นให้ผิวหนังสร้างวิตามินดีขึ้น
แต่ยุคนี้เทรนด์ไวเทนนิ่งมาแรง ใครๆ ก็อยากมีผิวขาว
รวมทั้งโรคมะเร็งผิวหนังที่พบมากขึ้นที่มีสาเหตุจากรังสียูวี
ทำให้ผู้คนมักสวมใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิดเมื่อต้องออกแดด
รวมทั้งทาครีมป้องกันรังสียูวี หรืออยู่แต่ในอาคารตลอดเวลาเพื่อไม่ให้โดนแดด
จึงทำให้ได้รับแสงแดดน้อย
และอีกปัจจัยหนึ่งก็คือการกินอาหารที่ให้วิตามินดีไม่เพียงพอ
ประโยชน์ของวิตามินดี
ช่วยการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส
เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด ในกระดูกและลำไส้
ช่วยให้เซลล์ต่างๆ
ในร่างกายสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด
ความแข็งแรงของปอดและระบบทางเดินหายใจ
มีผลต่อพัฒนาการทางสมอง
เพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ
การขาดวิตามินดีที่พบมากขึ้นในคนยุคนี้จึงทำให้ไม่เพียงกระดูกอ่อนแอ
แต่ร่างกายโดยรวมอ่อนแอลงด้วย
เพราะภาวะขาดวิตามินดีจะไปมีผลต่อระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ
และจะกระตุ้นการทำงานของยีนที่สัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคติดเชื้อ โรคหืด
เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า อัลไซเมอร์
รวมถึงปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
และที่สำคัญในเด็กเล็กหากขาดวิตามินดีจะทำให้มีพัฒนาการช้า เช่น เดิน-คลานช้า
กระหม่อมปิดช้า และกระดูกไม่แข็งแรง
การโดนแดดช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ
ที่ไม่ร้อนจนเกินไปสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 20-30
นาทีก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ร่างกายสร้างวิตามินดีขึ้นมาได้เอง
หรือควบคู่ไปกับการกินอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น น้ำมันตับปลาค็อด ปลาแซลมอน
ปลาทูน่า นม ตับ ไข่แดง เนย ชีส ยีสต์ เห็ดบางชนิด หอยนางรม ฯลฯ
โดยคนทั่วไปควรได้รับวิตามินดีวันละ 400 ไอยู (15 ไมโครกรัม)/วัน อย่างไรก็ตาม
วิตามินดีที่เราได้รับจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนังและจากอาหารจะยังไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นฮอร์โมนที่ตับและไตก่อน
ซึ่งวิตามินดีที่ผ่านการสังเคราะห์ที่ตับเรียกว่า calcidiol ส่วนที่ผ่านการสังเคราะห์ที่ไตเรียกว่า
calcitriol ดังนั้น
ในคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับและไตก็อาจทำให้มีผลกระทบต่อการขาดวิตามินดีได้
จะเห็นว่าวิตามินดีมีความจำเป็นต่อร่างกายมากกว่าที่เราเข้าใจ
การดูแลสุขภาพอย่าให้ร่างกายขาดวิตามินดี
ร่วมกับการดูแลสุขภาพตับและไตให้ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ
คือแนวทางของการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น