ดูแลลำไส้ด้วยไฟโตนิวเทรียนท์
ดูแลลำไส้ด้วยไฟโตนิวเทรียนท์
ซึ่งไฟโตนิวเทรียนท์ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับอนุมูลอิสระที่ส่งผลต่อการทำงานผิดปกติ ช่วยเสริมการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ดีที่มีประโยชน์ในลำไส้ รวมถึงช่วยรักษาและปรับสมดุลของระบบนิเวศจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารให้เหมาะสมและทำงานได้ปกติ
ดังนั้นการบริโภคผักและผลไม้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการสร้างและรักษาสุขภาพทางเดินอาหารของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายโดยรวมมีสุขภาวะที่ดี
การบริโภคผักและผลไม้หลากหลายสี
สามารถเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญของจุลินทรีย์ที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราได้
มีงานวิจัย ที่ยืนยันว่าการบริโภคกล้วย ซึ่งมีคุณสมบัติ ในการเป็นพรีไบโอติก (Prebiotics) สามารถส่งเสริมกระบวนการหมักและเพิ่มการเจริญของโพรไบโอติก
(Probiotics) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย
ใยอาหารที่ได้จากการบริโภคผลไม้ อาทิ
กีวีและกล้วยยังช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของโพรไบโอติก
และช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรค
และยังมีบทบาทในการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ชนิดดีภายในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ใยอาหารจากกีวียังช่วยสังเคราะห์กรดไขมันสายสั้นที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเซลล์เยื่อบุลำไส
การบริโภคผักต่างๆ เช่น เซเลอรี่ เคล แคร์รอต
และฟักทอง ก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความหลากหลาย
และสนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดดี
การบริโภคผักเหล่านี้ช่วยกระตุ้นการผลิตชั้นเยื่อเมือก (Mucus - layer) ซึ่งเป็นกำแพงป้องกันเชื้อก่อโรค
ที่เกาะกับผนังเซลล์ของลำไส้ใหญ่
นอกจากนี้การบริโภคผักยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดการอักเสบในลำไส้ใหญ่ที่อาจนำไปสู่การ
อาหารที่รับประทานคู่กันยิ่งได้ประโยชน์
บทความโดย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐธิดา โชติช่วง
อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในปัจจุบันงานวิจัยต่างๆ พบว่า ผักและผลไม้บางอย่างเมื่อรับประทานคู่กัน จะช่วยส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน ส่งผลให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารต่างๆ ไปช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น เรียกว่า “Food Synergy”
ขมิ้น และ พริกไทยดำ
ขมิ้นมีสารเคอร์คูมิน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
และลดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร แต่ร่างกายสามารถดูดซึมเคอร์คูมินได้น้อย
จากงานวิจัยพบว่าสารพิเพอรีนในพริกไทยดำช่วยในการดูดซึมและยับยั้งการสลายของเคอร์คูมิน
และยังช่วยส่งเสริมฤทธิ์การทำงานได้ถึง 1,000 เท่า
มะเขือเทศ แคร์รอต และไขมัน
มะเขือเทศมีสารไลโคปีน และแคร์รอต
มีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอมุมูลอิสระ และเมื่อใช้ทั้งสองตัวร่วมกันจะช่วยส่งเสริมฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระมากยิ่งขึ้น
ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้ละลายได้ดีในไขมัน
ดังนั้นควรรับประทานร่วมกับน้ำมันหรือไขมันเพื่อช่วยในการดูดซึมสารทั้งสองตัวนี้เข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
บลูเบอร์รี กล้วยและโยเกิร์ต
บลูเบอร์รีมีสารแอนโทไซยานิน
และกล้วยมีใยอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดสามารถช่วยเพิ่มจำนวนและส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีที่ได้จากโยเกิร์ต
ได้แก่ กลุ่ม Bifidobacterium
และ Lactobacillus
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง และคะน้า
จากงานวิจัยพบว่า
การรับประทานขึ้นฉ่ายฝรั่งและคะน้าร่วมกัน
สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปสจากตับอ่อน (Pancreatine Lipase) ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้ลดลงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมไขมันหรือควบคุมน้ำหนัก
เคล และ มะนาว
เคล
เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็ก
โดยร่างกายดูดซึมได้ค่อนข้างยาก ซึ่งวิตามินซีที่พบได้ใน มะนาว
สามารถช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเหล่านี้ได้ ดังนั้นการรับประทานเคลควรรับประทานควบคู่กับมะนาวเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารอาหารได้อย่างเต็มที่




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น