สัญญาณป่วยโรคอาหารเป็นพิษ

 สัญญาณป่วยโรคอาหารเป็นพิษ

อาหารการกินเป็นสิ่งที่เราคงไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันคือสิ่งที่ใกล้ตัวของเรามากที่สุด เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เรามักจะรับเชื้อโรคมากมาย เข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่ายผ่านการทานอาหารในแต่ละวัน ซึ่งโรคอาหารเป็นพิษก็คือหนึ่งในโรคที่มีสาเหตุหลักมาจากอาหารและทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้มากที่สุดโรคหนึ่ง โดยความน่ากลัวของโรคดังกล่าวคือเราแทบจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า อาหารที่เราทานเข้าไปด้วยความเอร็ดอร่อยนั้นมีเชื้อโรคที่อันตรายแบบไหนแฝงตัวอยู่บ้าง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและรับมือกับภัยร้ายอย่างโรคอาหารเป็นพิษให้มากยิ่งขึ้น ในบทความนี้เราจึงนำเอาสาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ7 สัญญาณป่วยโรคอาหารเป็นพิษมาแบ่งปัน พร้อมแนะนำผู้ป่วยว่าหากมีอาการอาหารเป็นพิษกินอะไรได้บ้าง

ทำความรู้จักกับโรคอาหารเป็นพิษ ภัยร้ายใกล้ปาก


หากพิจารณาจากชื่อของโรค ‘อาหารเป็นพิษ’ หรือ Food poisoning เราก็คงจะพอคาดเดาได้ง่าย ๆ อยู่แล้วว่ามันเป็นอาการป่วยที่เกิดมาจากอาหาร ซึ่งก็แน่นอนว่าในความเป็นจริงแล้วนอกจากโรคดังกล่าวเป็นอาการที่เกิดมาจากการทานอาหารตลอดจนน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคประเภทต่าง ๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย, เชื้อไวรัส, หรือเชื้อปรสิต ได้แล้ว ก็อาจจะเกิดมาจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่กับภาชนะที่บรรจุอาหาร หรือเกิดจากกรรมวิธีในการประกอบอาหารก็ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อร่างกายของเราได้รับเอาเชื้อเหล่านั้นเข้าไปจึงทำให้เกิดแสดงอาการผิดปกติในรูปแบบต่าง ๆ ออกมา เช่น


  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ เป็นไข้
  • ท้องเสีย
  • ถ่ายเป็นน้ำหรืออาจจะมีมูกเลือดปะปน
  •  

ส่อง7 สัญญาณป่วยโรคอาหารเป็นพิษ

อันตรายของโรคอาหารเป็นพิษที่พบเจอได้ทั่วไปจะมีตั้งแต่ระดับที่ไม่ได้รุนแรงมากนักและสามารถหายเองได้ จนถึงขั้นที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายของผู้ป่วยได้ นั่นก็เพราะว่ามีหลายครั้งที่ผู้ป่วยมักจะละเลยกับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น ด้วยคิดว่าเป็นเพียงอาการท้องเสียธรรมดา เมื่อรอไปสักพักก็อาจจะหายไปเองได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดไปเสียทั้งหมด เพียงแต่สำหรับบุคคลบางกลุ่มหากไม่เข้ารับการรักษาหรือทานยาอย่างถูกวิธีก็อาจจะทำให้อาการของโรคอาหารเป็นพิษรุนแรงมากขึ้น


ส่งผลให้เมื่อร่างกายมีการสูญเสียน้ำอย่างหนักจากการขับถ่ายจึงทำให้เป็นอันตรายกับชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้นด้วยนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและสร้างความตื่นรู้ให้กับทุกคน ในหัวข้อนี้เราจะพามาส่องส่อง7 สัญญาณป่วยโรคอาหารเป็นพิษ เพื่อให้ทุกคนเฝ้าระวังเมื่อเกิดความผิดปกติเหล่านี้กับร่างกายของตนเองกัน


  1. มีไข้ ปวดศีรษะ หรืออาจจะรู้สึกหนาวสั่นได้ด้วย
  2. ท้องเสีย มีการขับถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง
  3. ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือมีมูกเลือดปะปน
  4. รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ อาเจียน
  5. มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย กระหายน้ำ
  6. ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  7. มีการปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเลยในช่วง 6 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ซึ่งถ้าทุกคนทำการสังเกตอาการของตัวเองดูแล้ว พบความเสี่ยงที่บ่งบอกได้ว่าอาจจะเป็นโรคดังกล่าวก็ให้รีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา ไม่ควรรอให้อาการเป็นหนักมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีอายุน้อย, ผู้สูงอายุ, หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ตลอดจนผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เป็นต้น

 

วิธีป้องกันตนเองจากโรคอาหารเป็นพิษแบบง่าย ๆ

ถึงแม้ว่าโรคอาหารเป็นพิษจะเป็นโรคที่เกิดมาจากปัจจัยซึ่งเราควบคุมดูแลด้วยตัวเองได้ยาก หากเราทุกคนยังต้องมีการซื้ออาหารทานกันอยู่เป็นประจำ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังมีวิธีการปฏิบัติตัวซึ่งนำไปทำตามกันได้ง่าย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยวิธีการซึ่งช่วยได้มากที่สุดสำหรับใช้เพื่อป้องกันโรคดังกล่าวก็ได้แก่


  • พยายามเลือกทานอาหารที่ปรุงสดใหม่เท่านั้น
  • ไม่ควรทานอาการกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • ล้างมือทุกครั้งก่อนทานอาหาร
  • หากต้องทานอาหารทะเล ควรเลือกร้านที่สด สะอาด
  • แยกอาหารดิบและอาหารสดออกจากหัน ไม่ควรปะปนกันเพราะมีความเสี่ยงของการปนเปื้อน
  • งดทานอาหารที่มีแมลงวันตอม
  • หากทานอาหารไม่หมดและต้องการนำมาทานต่อ ไม่ควรวางทิ้งเอาไว้เกิน 6 ชั่วโมง และควรอุ่นร้อนก่อนทานทุกครั้ง
  • อาหารที่แช่เย็นเป็นเวลานาน ๆ มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคได้

 

เมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษกินอะไรได้บ้าง



หลังจากที่เรารู้ความอันตรายและวิธีการป้องกันของโรคอาหารเป็นพิษรวมไปถึงสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเราอาจจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าวกันไปแล้ว สำหรับผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับอาการของโรคนี้ก็อาจจะมีความสงสัย ว่าตัวเองควรจะเลือกทานอาหารแบบไหนที่จะไม่เข้าไปทำให้อาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในหัวข้อนี้เราจะพาทุกคนมาเรียนรู้ไปพร้อมกันว่าเมื่อมีอาการอาหารเป็นพิษกินอะไรได้บ้าง ตามมาอ่านพร้อมกันได้เลย


1. อาหารปรุงสุกที่ย่อยง่าย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคอาหารเป็นพิษ นอกจากการทานยาและเข้ารับการรักษาตามดุลพินิจของแพทย์อย่างเคร่งครัดแล้ว ก็ควรจะต้องระมัดระวังการทานอาหารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใครที่ต้องกลับมารักษาตัวเองต่อที่บ้าน เนื่องจากในช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ร่างกายยังคงมีเชื้อโรคอยู่นั่นเอง โดยอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยในโรคนี้ก็จะต้องเป็นอาหารที่ปรุงสุก เหลว ย่อยง่าย แต่ยังคงให้พลังงานกับร่างกายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็อาจจะเลือกเป็นอาหารจำพวกข้าวต้ม โจ๊ก หรือซุปก็ได้


2. น้ำสะอาด

อาการของผู้ป่วยในโรคนี้มักจะมีการสูญเสียน้ำในปริมาณมากเหมือนที่เราได้กล่าวไปแล้วในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นการหมั่นดื่มน้ำสะอาดเพื่อเข้าไปทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยไม่ควรมองข้าม นอกจากนั้นผู้ป่วยควรจะต้องทำการพักผ่อนให้มาก และไม่ควรทำกิจกรรมซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างหนักในช่วงเวลานี้อีกด้วย


3. ดื่มน้ำเกลือแร่ ORS

หลายคนมักจะมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ที่ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียก็มักจะต้องดื่มเกลือแร่เข้าไปเพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป แต่สิ่งที่อีกหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่นั่นก็คือผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษไม่ควรดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียน้ำจากการออกกำลังกาย หรือเกลือแร่ที่นักกีฬามักจะนิยมใช้ดื่มกัน เนื่องจากมันมีปริมาณน้ำตาลที่มากกว่า ซึ่งจะส่งผลให้อาการอาจรุนแรงมากขึ้นได้ แต่ให้หมั่นจิบน้ำเกลือแร่ประเภท ORS หรือ Oral Rehydration Salt เพื่อชดเชยภาวะการขาดน้ำจากการขับถ่ายในทันทีแทน



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผิวแห้ง คัน ในผู้สูงวัย ป้องกันได้

อาหารปลอดภัย สูงวัยใส่ใจคุณภาพ

รวมไอเดียกิจกรรมผู้สูงอายุที่่น่าสนใจ